วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553

FW: ลายพระราชหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว









        เมื่อวานบังเอิญเปิดเว็บไซต์หนึ่ง แล้วไปเห็นภาพไปรษณียบัตรที่มีลายพระราชหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ทรงเขียนถึงสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า พระราชมารดาในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
        เห็นแล้วก็อมยิ้มมีความสุขกับข้อความ "เล็กคิดถึงมาก" ด้วยลายพระราชหัตถ์อย่างทรงพระเยาว์
        จากนั้นเลยลองสืบค้นด้วยคำว่า "ลายพระหัตถ์" ดูต่อไปเรื่อย ๆ ก็พบว่ามีลายพระราชหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่ไม่น้อย รวมทั้งลายพระราชหัตถ์และลายพระหัตถ์ของพระองค์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้รวบรวมจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่พบมาให้ชมกัน

FW:พ่อหลวงของเรา

พระเนตรขวาของ ในหลวง ;...เรื่องที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้
พระองค์ทรงประสบอุบัติเหตุทาง รถยนต์ ขณะทรงประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
รถพระที่นั่ง ไปชนกับรถ บรรทุกอย่างแรง ทำให้เศษกระจกกระเด็นเข้า
พระเนตรข้างขวา พระอาการ สาหัส เมื่อตอนที่พระชนมายุ ครบ 20 พรรษา '
ข่าวพาดหัวหนังสือ พิมพ์ใหญ่ๆ ซึ่งตีพิมพ์จำหน่ายใน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๕
ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ มีเนื้อข่าว ด่วนจากวิทยุ B.B.C. เมื่อ เวลา ๑๓.๐๐ น.
แจ้งว่า ' สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงประสบ อุบัติ เหตุด้วยรถยนต์
ณ ที่แห่งหนึ่งใกล้ๆ เมืองโลซานน์ เมื่อ ค่ำวัน ที่ ๓ เดือนนี้

FW: ส่งต่อ: ได้ยินแล้วอยากจะร้องไห้

วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
เสด็จสวรรคตอย่างกะทันหัน โดยต้องพระแสงปืนที่พระกระหม่อม
ณ พระที่นั่งบรมพิมาน สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช
ได้ตัดสินพระทัยรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์
เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศ์ในวันเดียวกันนั้น
แต่เนื่องจากยังมีพระราชกิจด้านการศึกษา
 จึงทรงอำลาประชาชนชาวไทย เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อ
ณ มหาวิทยาลัยแห่งเดิม แต่เปลี่ยนสาขาจากวิทยาศาสตร์
ไปเป็นสังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ซึ่งจำเป็นสำหรับตำแหน่งประมุขของประเทศ
การตัดสินพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ไม่เพียงแต่ทำให้ประเทศไทยและคนไทยคลายความโศกเศร้า
 จากการที่ต้องเสียพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเท่านั้น
 แต่ยังทำให้ประเทศไทยได้พระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ที่ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่
ที่จะอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน[10]

FW: หยุดทำร้ายประเทศไทย

FW: [narongsak.com] Fw: สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป

สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป........

ไม่มีใครทำให้คนทุกคนรักเราได้.....................
.อาจจะมีคนชอบในตัวเรา10คน แต่ก็มีคนเกลียดเรา100คน........
แคร์คนที่แคร์เรา ไม่แคร์คนที่ไม่แคร์เรา..............
มีมิตรแท้เพียงหนึ่ง ดีกว่ามีเพื่อนกินเป็น100.............


เมื่อคุณชี้แจงไปแล้ว เขาก็ควรจะยอมรับฟัง แต่เมื่อเขาไม่ฟังและ คุณก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดไปแล้ว ก็คงต้อง “ปล่อยมันไป”


ในโลกนี้ มีเรื่องอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่เราไม่สามารถให้เวลากับมัน หรือไม่สามารถทำในสิ่งนั้นให้ดีที่สุด แต่แล้วเราก็ต้องปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นผ่านไป

เพราะหากเรามัว แต่จะ“นับเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา” เวลาของคุณคงไม่พอเป็นแน่

FW: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ วันฉัตรฯ ชาวไทยปิติ


วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

FW: ถ้าไม่ส่งต่อก็อย่าได้ชื่อว่าเกิดเป็น"คนไทย"เลย !!!!

คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น                                             ❤เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป





 



คนคนหนึ่ง ต่อสู้เพื่อเรียกร้องอำนาจของตนเองกลับมา

โดยมีผู้คนจำนวนมากออกมาแสดงตน เพื่อชายคนนี้


วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

FW: มหาราชาภูมิพล (คำสดุดีของผู้นำจิตวิญญาณ)





นักข่าวสัมภาษณ์ท่านดาไลลามะ
ผู้นำทางจิตวิญญาณทิเบตว่า
คิดว่าผู้นำหรือใคร ที่เป็นตัวแทนเพื่อการอุทิศตัว
เพื่อผู้อื่น...

ดาไลลามะตอบว่า..."ถ้าเอาข้าพเจ้า เทียบกับคนผู้นี้
ข้าพเจ้าจะกลายเป็นแค่เด็กเพิ่งหัดเดินไปเลย
กับสิ่งที่คนผู้นี้ทำให้กับคนของเขา...
ด้วยความรักและศรัทธาในสิ่งนี้อย่างเต็มเปี่ยม"

นักข่าวถามต่อว่าคนผู้นี้คือใคร...
ดาไลลามะตอบเพียงสั้นๆว่า "มหาราชาภูมิพล"
 


__._,_.___
 

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

FW : ต้องอ่าน ... จากใจ อ๊อด พงษ์พัฒน์ ... สุดกินใจ

ขณะนี้นักท่องอินเตอร์เน็ตได้นิยมส่งต่อคลิปวีดีโอบันทึกคำกล่าวของ "พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง" ซึ่งกล่าวภายหลังจากได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมภายในงานประกาศรางวัล "นาฏราช" ของสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3  

พงษ์พัฒน์ กล่าวภายหลังจากขึ้นรับรางวัลในฐานะนักแสดงชายสมทบยอดเยี่ยม จากเรื่อง พระจันทร์สีรุ้ง ซึ่งเขารับบทเป็นพ่อในเรื่องนี้ โดยเขาบอกว่าดีใจที่ได้รับรางวัลนี้เป็นครั้งแรก

"เมื่อรางวัลเกี่ยวกับพ่อ ผมก็ขอพูดถึงพ่อ พ่อเป็นเสาหลักของบ้าน บ้านของผมหลังใหญ่นะฮะ ใหญ่มาก เราอยู่กันหลายคน ผมอยู่บ้านหลังนี้ ตั้งแต่ผมเกิดมา บ้านหลังนี้ก็สวยงามมากนะ สวยงามและอบอุ่น

แต่กว่าจะเป็นแบบนี้ได้นะครับ บรรพบุรุษของพ่อเสียเหงื่อ เสียเลือด เอาชีวิตเข้าแลก กว่าจะได้บ้านหลังนี้มานะ จนมาถึงวันนี้ พ่อคนนี้ก็ยังเหนื่อยที่จะดูแลบ้าน  และดูแลความสุขของทุกคนในบ้าน

ถ้ามีใครสักคน โกรธใครมาก็ไม่รู้ ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้ แล้วก็พาลมาลงที่พ่อ เกลียดพ่อ ด่าพ่อ คิดไล่พ่อออกจากบ้าน ผมจะเดินไปบอกคน ๆ นั้น ว่า ถ้าเกลียดพ่อ ไม่รักพ่อแล้ว จงออกไปจากที่นี่ซะ เพราะที่นี่คือบ้านของพ่อ เพราะที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ ผมรักในหลวงครับ  และเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้รักในหลวงเหมือนกัน พวกเราสีเดียวกันครับ ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน"

คืนที่ในหลวงประทับอยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา





มัวเเต่ด่ากันก็ไม่มีประโยชน์อะไรคับ.....

ออกมาปกป้องคุณพ่อของเราดีกว่านะ......

นี่เป็นบทความส่วนหนึ่งจากเเพทย์โรงพยาบาลศิริราช...

ได้รับฟังเรื่องราวบางส่วนจากแพทย์ผู้ที่รับใช้ใกล้ชิด ได้เล่าให้ฟังว่า
ภาพที่พ่อนั่งเหม่อลอยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเวลานานเหมือนจะ ร้องไห้นั้น
คนบางกลุ่มนำมาพูดกันในทางที่ไม่ดีว่าพ่อมีปัญหากันกับแม่
ที่จริงแล้วพ่อเสียใจเรื่องของคนไทยที่กำลังแตกแยกกัน ทะเลาะกันอย่างมาก
ณ.ที่ตรงนั้นกับเวลาที่ยาวนานพ่อพูดออกมาประโยคเดียวว่า
เราไปทำอะไรให้เขาเจ็บช้ำ หรือ คนไทยเหล่านั้นถึงได้โกรธ/เกลียดเราขนาดนี้
ผู้อยู่ใกล้ชิดพ่อน้ำตาไหลพรากเพราะสงสารพ่อที่ทำทุกอย่างทั้งชีวิตพ่อเพื่อ
คนไทยมาตลอด พ่อที่ไม่เคยคิดทำร้ายคนไทยแม้แต่น้อย
แต่สิ่งที่พ่อได้รับจากคนไทยกลุ่มนั้นมันคืออะไร

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สิ่งเตือนสติคนไทยในตอนนี้ (อย่าเพิ่งลบนะ เมลนี้ขนลุกเลยจริงๆ)

 สิ่งเตือนสติคนไทยในตอนนี้
 



ความสุขของ

พระมหากษัตริย์
 หนึ่งปีที่ผ่านมา......
เราใส่ เสื้อเหลือง
เราใส่ สาย รัดข้อมือสีเหลือง
        คนนับแสน ไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่ นาที
        วันนั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเชื่อศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อ สัตย์ จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีและพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคน ไทย

.....สิบสองปีที่ผ่านมา......
พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกิน ไป
        ในขณะ เดียวกันสมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนัก อยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่น กัน
        เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม พระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวายพระ หัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระ อุระ และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่ กรุงเทพฯเพราะน้ำกำลังท่วม กรุงอยู่
ยังจำกันได้ ไหม?
..... 34 ปีที่ผ่านมา.....
      วัน ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516  เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่

เมื่อ"ใจ อึ๊งภากรณ์"(ผู้ต้องหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ )น็อค"คาเวที"ออกซ์ฟอร์ด"


เมื่อ"ใจ อึ๊งภากรณ์"(ผู้ต้องหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ )น็อค"คาเวที"ออกซ์ฟอร์ด"
โดย นงนุช สิงหเดชะ

อาจ จะช้าไปหน่อย แต่ก็ควรกล่าวถึง กรณีนายใจ อึ๊งภากรณ์ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งหลบหนีคดีไปยังอังกฤษ ได้ไปโผล่ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในโอกาสที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและศิษย์เก่าออกซ์ฟอร์ด ไปกล่าวปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ตามคำเชิญของเจ้าภาพ ซึ่งเป้าหมายของนายใจก็คงหวังจะใช้เวทีนี้โจมตีประเทศไทยเรื่องกฎหมายหมิ่น พระบรมเดชานุภาพ และคงหวังฉีกหน้านายอภิสิทธิ์

หลังกล่าวปาฐกถาเสร็จ เป็นช่วงเปิดให้ถาม (การกล่าวปาฐกถาและการถาม-ตอบ ใช้ภาษาอังกฤษ) ปรากฏว่านายใจ ซึ่งใส่เสื้อแดงแปร๊ดพร้อมตีนตบอีก 1 อัน มานั่งฟังอยู่ด้วย ก็ได้ถามเรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ


วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เรื่องเล่าจาก facebook : เรื่องซึ๊งๆจากคนต่างชาติ ก็ยังรักในหลวงของเรา


Mail Love The King.

ได้ไอเดียขึ้นมาทันเมื่อได้รับ เมลล์ฉบับ หนึ่ง เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับในหลวง อ่านแล้วรู้สึกตื้นตัน จุกที่คือ เหมือนจะสะอื้น

ก็เลยเห็นว่าเรามี บทความดีดี จากเมลล์จากผู้คนทั่วไป ที่เป็นประชาชนของแผ่นดิน ประชาชนของในหลวง ที่ได้รับมหากรุณาที่คุณ จากพระองค์ท่าน จงรักภักดีต่อพระองค์ ต่อแผ่นดิน ได้ร่วมแบ่งปัน เนื้อหาเมลล์ ให้เราได้อ่าน มาไว้ที่เวปนี้

สามารถ Forward Mail ท่าน มาได้ที่ mailLoveTheKING@gmail.com